1. ควำมเป นมำและควำมส ำค ญของป ญหำ



Similar documents
โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

รายงานการใช แผนการจ ดการเร ยนร ว ชา..รห ส.. ช น.. ภาคเร ยนท. ป การศ กษา

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

ค ม อการใช งาน สาหร บคร ผ สอน,คร ท ปร กษา

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

งานว จ ยในช นเร ยน เร อง

การพ ฒนาผลส มฤทธ ทางการเร ยนว ชาคอมพ วเตอร ช นประถมศ กษาป ท 4 โดยใช ว ธ ท หลากหลาย

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

ช อเร องงานว จ ย ช อผ ว จ ย สาขาว ชา ป การศ กษา ช อสถานศ กษา บทค ดย อ

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห )

บร การส บค นข อม ลหน งส อราชการ

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช

การพ ฒนาการจ ดการเร ยนร ว ชา ธ รก จและการเป นผ ประกอบการ รห ส โดยใช ส อ Power Point บทค ดย อ

รายงานว จ ยในช นเร ยน

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

แผนการจ ดการเร ยนร ระด บ ปวช. ปวส. รห สว ชา ว ชา คอมพ วเตอร เพ องานอาช พ จานวน 2 หน วยก ต เวลา 3 ช วโมง / ส ปดาห รวม 54 ช วโมง / ภาคเร ยน

อ สลามว ทยาล ยแห งประเทศไทย. ประมวลรายว ชา (course syllabus)

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน

1. เพ อการพ ฒนาโปรแกรมบทเร ยนเร อง การใช โปรแกรมไมโครซอฟต เว ร ด 2003 เบ องต น

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

การใช โปรแกรมสำเร จร ป Excel ในการทดสอบแบบเอฟ และ ท

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development

บทท 1 บทน า ความส าค ญของป ญหา

บทท 5 สร ป อภ ปรายผล และข อเสนอแนะ

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

สารบ ญตาราง ตารางท หน า

สร ปโครงการ บร การว ชาการ ศ นย ถ ายทอดเทคโนโลย อ ตสาหกรรม คณะเทคโนโลย อ ตสาหกรรม มหาว ทยาล ยราชภ ฏล าปาง

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

การศ กษาผลส มฤทธ และความพ งพอใจในการเร ยนโดยใช ส อ PowerPoint เร อง แรง มวล และการเคล อนท ในระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง ห วข อว จ ย

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

- รายงานสร ปงบประมาณค าใช จ ายโครงการก จกรรม - ภาพประกอบการด าเน นโครงการก จกรรม - รายช อผ เข าร วมโครงการก จกรรม

ค ณสมบ ต ของผ สม คร และรายละเอ ยดว ชาท สอบ (พน กงานภายใน และบ คคลภายนอก) สอบข อเข ยน ความร ท วไป ความร เฉพาะตาแหน ง

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

(ผ ขอร บการประเม นตามหล กเกณฑ น สามารถส งคาขอร บการประเม นพร อมเอกสารท เก ยวข องได ตลอดป รอบป ละ 1 คร ง)

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

ห วข อการประกวดแข งข น

โปรแกรม Limbothai. โปรแกรม Limbothai -ห องเร ยนทางไกล หน วยท 2 การต ดต ง

ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง

แผนพ ฒนาบ คลากร ศ นย การศ กษาว ทยาล ยทองส ข พ ษณ โลก ป งบประมาณ 2555

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน / งานว จ ยเช งปฏ บ ต การ ป การศ กษา 2557

สายเทคน คการศ กษา โปรแกรมว ชาการบร หารการศ กษา ระด บปร ญญาตร (หล งอน ปร ญญา)

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

บทสร ปผ บร หาร การว เคราะห ประส ทธ ภาพการใช ห องเร ยนป การศ กษา

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน

ก.ค.ศ. 3 แบบรายงานผลการปฏ บ ต งาน ของข าราชการคร และบ คลากรทางการศ กษาในการขอม ว ทยฐานะช านาญการ สายงานการสอน สาขา...

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ)

ปร ญญาโท ศ ลปศาสตร มหาบ ณฑ ต สาขาบร หารการพ ฒนา

RMS 2007 โปรแกรมระบบบร หารงานอาช วศ กษา RMS 2007 ค ม อ

Copyright (C) NTV College

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

การว จ ยในช นเร ยนป การศ กษา 2554

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

ค ม อการใช งาน ระบบร บ - ส งหน งส อราชการ (e-office) ส วนการใช งานของ กศน.อาเภอ

บทท 1 บทน า ป ญหาและความส าค ญ ว ตถ ประสงค ของการว จ ย

แผนการจ ดการเร ยนร แบบบ รณาการท 1 หน วยท - รห สว ชา สอนคร งท

ระบบการประก นค ณภาพการศ กษาภายใน ระด บอ ดมศ กษา พ.ศ. 2557

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

รายละเอ ยดของรายว ชา หมวดท 1 ข อม ลท วไป

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

แบบเสนอขออน ม ต โครงการ ว ทยาล ยการอาช พขอนแก น ภาคเร ยนท 2 ป การศ กษา 2554 ประเภทว ชา บร หารธ รก จ สาขาว ชา คอมพ วเตอร ธ รก จ สาขางาน การพ ฒนาโปรแกรม

Transcription:

1 บทท 1 บทน ำ 1. ควำมเป นมำและควำมส ำค ญของป ญหำ ตามท ได ร บมอบหมายให สอน ให สอนว ชา การบ ญช ก บคอมพ วเตอร รห สว ชา 01-110 จานวน 3 หน วยก ต ตามหล กส ตรประกาศน ยบ ตรว ชา พ ทธศ กราช 545 (ปร บปร ง พ.ศ. 546) ประเภทว ชาพาณ ชกรรม สาขาว ชาพณ ชยการ ระด บปวช.3/1 ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ จ ดอย ในหมวดว ชาช พ สาขางานการบ ญช โดยใช โปรแกรม Microsoft Excel 007 ในการเร ยนการ สอนน น ค อน กเร ยนทางานตามใบงาน การใช ส ตรคานวณในการทางบทดลองไม ท น ป ญหาท เก ดข น ค อ น กเร ยนบางส วนในช วงแรกข นเร ยนช า และม พ นฐานในการใช โปรแกรม Microsoft Excel 007 ค อนข างน อย ทาให น กเร ยนไม สามารถปฏ บ ต งานตามใบงานได ท น ด วยเหต ผลด งกล าว ผ ว จ ยจ งเห นว าการแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง มา ใช ในการเร ยนการสอน ว ชา การบ ญช ก บคอมพ วเตอร เพ อฝ กให น กเร ยน สามารถใช ส ตรคานวน ในการทางบทดลองได ช วยป พ นฐานความชานาญด านการใช โปรแกรม Microsoft Excel 007 เพ อประย กต ใช ในด านบ ญช คอมพ วเตอร ต อไป ช วยแก ป ญหาการเร ยนไม ท นเพ อน และย งสามารถ แก ไขปร บปร งกระบวนการเร ยนการสอนให เก ดประส ทธ ภาพ และนาผลส มฤทธ ท ได จากการสอน โดยใช แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ไปเปร ยบเท ยบก บผลส มฤทธ ทางการเร ยน ในร ปแบบอ นๆ ให ม ประส ทธ ภาพต อไป

บทท เป ำประสงค ในการทาว จ ย เร อง การพ ฒนาท กษะด านการบ ญช ด วยแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการ ทางบทดลอง ม เป าประสงค ด งน.1 ว ตถ ประสงค ของกำรว จ ย เพ อศ กษาผลส มฤทธ ทางการเร ยน ว ชาการบ ญช ก บคอมพ วเตอร เร องเวลา โดยใช แบบฝ ก การใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ของน กเร ยนระด บช นประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ.. ประโยชน ท ได ร บจำกกำรว จ ย 3.1 แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ3 3. เป นแนวทางสาหร บผ สอนในการเล อกว ธ การสอนและส อการเร ยนการสอนให เหมาะสมก บการเร ยนการสอนในป จจ บ น 3.3 ผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งเร ยน การบ ญช ก บคอมพ วเตอร เร องการใช ส ตรคานวณใน การทางบทดลอง ของน กเร ยนส งข น.3 สมมต ฐำนของกำรว จ ย น กเร ยนระด บช นประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 ท เร ยนว ชาการบ ญช ก บ คอมพ วเตอร เร อง การใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง โดยใช แบบฝ ก ม ผลส มฤทธ ทางการ เร ยนหล งเร ยนส งกว าผลส มฤทธ ทางการเร ยนก อนเร ยน.4 ขอบเขตกำรว จ ย.4.1 ประชำกร น กเร ยนระด บช นประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ประเภทว ชาพาณ ชยกรรม สาขาว ชา พณ ชยการ สาขางานการบ ญช ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 555 ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ต ห บ

3.4. กล มต วอย ำง น กเร ยนระด บช นประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ประเภทว ชาพาณ ชยกรรม สาขาว ชา พณ ชยการ สาขางานการบ ญช ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 555 ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ต ห บ จานวน 10 คน โดยใช ว ธ เล อกจากผลการเร ยนท ต า.4.3 กรอบแนวค ด แบบฝ ก การใช ส ตรคานวณในการ ทางบทดลอง ผลส มฤทธ ทางการเร ยน.4.4 ต วแปรท ศ กษำ ต วแปรต น ค อ แบบฝ ก เร อง การใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ต วแปรตำม ค อ ผลส มฤทธ ทางการเร ยน เร องเวลา.4.5 ขอบเขตด ำนเน อหำ เร องการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง.4.6 ระยะเวลำท ใช ในกำรว จ ย ระยะเวลาในการดาเน นการทดลองการทาว จ ย เร องการศ กษาผลส มฤทธ ทางการเร ยน ว ชาการบ ญช ก บคอมพ วเตอร เร องการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง สาหร บน กเร ยนระด บ ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ โดยใช แบบฝ ก การ ใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ต งแต ว นท 9 กรกฎาคม 555 จนถ งว นท 13 กรกฎาคม 555.5. ผลท คำดว ำจะได ร บ น กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 จานวน 10 คน ม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งเร ยนส งข น และสอบผ านเกณฑ ตลอดจนม ความร ความเข าใจ ม ท กษะในการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง.6 น ยำมศ พท เฉพำะ แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง หมายถ ง ส อการเร ยนการสอนว ชาการ บ ญช ก บคอมพ วเตอร โดยใช โปรแกรม Microsoft Excel 007

4 น กเร ยน หมายถ ง น กศ กษาระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 สาขางานการ บ ญช ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 555 ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ ผลส มฤทธ ทำงกำรเร ยน หมายถ ง คะแนนท ได จากแบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยน หล งจากเร ยนร ด วยแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยนท ผ ว จ ยสร างข น

5 บทท 3 ว ธ กำรดำเน นกำรว จ ย การว จ ยในคร งน เป นการว จ ยช นเร ยนเช งปฏ บ ต การ เพ อเปร ยบเท ยบผลส มฤทธ ทางการ เร ยนของน กเร ยนในระด บช นประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นป ท 3 สาขางานการบ ญช หล งเร ยนด วย แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ อาเภอส ต ห บ จ งหว ดชลบ ร ม ว ธ ดาเน นการด งน 1. ประชำกรกล มต วอย ำง ประชำกรท ใช ในการว จ ยคร งน เป นน กเร ยนระด บ ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 สาขา งานการบ ญช ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 555 ของว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ จ งหว ด ชลบ ร ส งก ดสาน กบร หารงานคณะกรรมการส งเสร มการศ กษาเอกชน สาน กปล ดกระทรวง ศ กษาธ การ กล มต วอย ำงท ใช ในการว จ ยคร งน เป นน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นป ท 3 ห อง 1 ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 555 ของว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ ส งก ดสาน ก บร หารงานคณะกรรมการส งเสร มการศ กษาเอกชน จ งหว ดชลบ ร จานวน 10 คน โดยใช ว ธ เล อกจาก น กเร ยนท ม ผลการทดสอบก อนเร ยนต า (หร อโดยใช ว ธ เล อกส มอย างง าย). แบบแผนในกำรว จ ย แบบแผนการทดลองในการว จ ยคร งน ค อ การทดลองแบบ One-Group Pretest-Posttest Design T 1 X T เม อ T1 ค อ การทดสอบก อนเร ยน X ค อ การฝ กปฏ บ ต ด วยแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบ ทดลอง T ค อ การทดสอบหล งเร ยน

6 3. เคร องม อท ใช ในกำรว จ ย 1. แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง. ผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งฝ กปฏ บ ต ด วยแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบ ทดลอง จานวน 10 คะแนน 4. ว ธ ดำเน นกำรว จ ย 1. ให น กเร ยนทาแบบทดสอบก อนเร ยน เก บบ นท กรวบรวมคะแนนเพ อค ดคานวณค าทาง สถ ต. เล อกน กเร ยนท ม ผลคะแนนต า มาฝ กปฏ บ ต โดยใช แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทา งบทดลอง 3. ว ดความก าวหน าของน กเร ยน และเก บบ นท กรวบรวมคะแนนเพ อค ดคานวณค าทางสถ ต 4. สร ปผลและเปร ยบเท ยบความก าวหน าในการพ ฒนาความสามารถในการเร ยน ว ชาการ บ ญช ก บคอมพ วเตอร ก อนเร ยนและหล งเร ยน 5. ว ธ กำรเก บรวบรวมข อม ล ผ ว จ ยเก บรวบรวมข อม ลโดยการตรวจให คะแนน แบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยน ก อนเร ยน และแบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งเร ยนของกล มทดลอง โดยม เกณฑ การ ให คะแนนด งน ให 1 คะแนนสาหร บการปฏ บ ต ตามใบงานได ถ กต องตามเกณฑ ท งหมด 10 คะแนน แล วนาผลต างของคะแนนก อนเร ยนก บคะแนนหล งเร ยนท ได มาว เคราะห ข อม ลตามว ธ การทางสถ ต ต อไป 6. สถ ต ท ใช ในกำรว เครำะห ข อม ล ในการศ กษาค นคว าคร งน ผ รายงานได ทาการว เคราะห ข อม ลและได ใช สถ ต ในการว เคราะห ข อม ลด งน 1. ค าคะแนนเฉล ย โดยใช ส ตรด งน คะแนนเฉล ย = N x เม อ x แทน ผลรวมของคะแนนท กต ว N แทน จานวนน กเร ยนท นามาว เคราะห

7. ส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน ใช ส ตรด งน S.D. = N X ( N( N 1) X ) เม อ S.D. แทน ส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน x แทน ผลรวมของคะแนนท กต ว x แทน ผลรวมของคะแนนแต ละต วยกกาล งสอง N แทน จานวนน กเร ยนท นามาว เคราะห 3. ว เคราะห ความก าวหน าในการเร ยนร ของผ เร ยน เพ อศ กษาความแตกต างของคะแนนท ได จากการทาแบบทดสอบก อนเร ยนและหล งเร ยน t = n D D ( n 1 D) เม อ df = n-1 เม อ t แทน ค าสถ ต ท ใช เปร ยบเท ยบก บค าว กฤต เพ อทราบความม น ยสาค ญ D แทน ผลรวมของผลต างระหว างค คะแนน D แทน ผลรวมของผลต างระหว างค คะแนนแต ละค ยกกาล งสอง n แทน จานวนน กเร ยน

8 บทท 4 ผลกำรว เครำะห ข อม ล การว เคราะห ข อม ลในการว จ ยคร งน ผ ว จ ยได นาคะแนนจากการทดสอบท ได จาก แบบทดสอบก อนเร ยนและหล งเร ยนจากแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ว ชาการ บ ญช ก บคอมพ วเตอร ของน กเร ยนระด บช นประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 สาขางาน การบ ญช ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 555 ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ จานวน 10 คะแนน ได ผลการว เคราะห ด งน ตำรำงท 1 แสดงการพ ฒนาการผลส มฤทธ ทางการเร ยน คนท คะแนนก อนเร ยน คะแนนหล งเร ยน 1 8 3 8 3 4 10 4 3 8 5 4 9 6 5 10 7 4 9 8 3 9 9 8 10 4 9 ตำรำงท การเปร ยบเท ยบความแตกต างของผลส มฤทธ ทางการเร ยนก อนเร ยนและหล งเร ยน ว ชาการบ ญช ก บคอมพ วเตอร เร องการทางบทดลอง กำรทดสอบ จ ำนวนคน คะแนนเต ม X S.D. ก อนเร ยน 10 10 3.4 0.96 หล งเร ยน 10 10 8.8 0.79

9 จากตารางท 1 และ พบว า ผลส มฤทธ ทางการเร ยนของน กเร ยนระด บช น ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นป ท 3 ห อง 4 ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 555 ก อนเร ยนม คะแนน เฉล ยเท าก บ 3.4 ส วนเบ ยงเบนมาตรฐานเท าก บ 0.96 ส วนหล งเร ยนม คะแนนเฉล ยเท าก บ 8.8 และค าส วนเบ ยงเบนมาตรฐานเท าก บ 0.79 แสดงว าผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งเร ยนของน กเร ยน ส งกว าก อนเร ยนโดยใช แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง และเม อทดสอบสมมต ฐาน การว จ ยพบว าค า t ท ได จากการคานวณมากกว าค า t ว กฤต (33.18 > 1.833 ) หมายความว า ผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งเร ยนด วยแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ส งกว าก อน เร ยนอย างม น ยสาค ญทางสถ ต ท 0.05

10 บทท 5 สร ป อภ ปรำยผลและข อเสนอแนะ การว จ ย โดยใช แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ม ข อสร ปและข อเสนอแนะ ท ได จากการว จ ย ด งต อไปน 1. สร ปผล ผลการว จ ยพบว า คะแนนจากการทดสอบ ด วยแบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยน ว ชาการบ ญช ก บคอมพ วเตอร ก อนเร ยนและหล งเร ยนด วยแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบ ทดลอง ของกล มต วอย าง แตกต างก นอย างม น ยสาค ญทางสถ ต ท ระด บ 0.05 สร ปได ว า การเร ยน ว ชา การบ ญช ก บคอมพ วเตอร ด วยแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ของกล มต วอย าง ม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งเร ยนส งข น. อภ ปรำยผล 1. แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ของน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตร ว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 สาขางานการบ ญช ได พ ฒนามาจากโปรแกรม Microsoft Excl ซ งเป น โปรแกรมท ช วยในคานวณด านการบ ญช เพ อให น กเร ยนฝ กปฏ บ ต ทบทวนให เก ดความชานาญมาก ข น เม อน กเร ยนสามารถปฏ บ ต ตามแบบฝ กได ด ข นทาให เก ดเจตคต ท ด ต อว ชาการบ ญช ก บ คอมพ วเตอร มากข น ช วยกระต นให น กเร ยนเก ดการเร ยนร และสามารถประย กต ใช ทางการเร ยนได ด ย งข นในบทเร ยนลาด บถ ดไป จ งอาจกล าวได ว า แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ท ใช ในการว จ ยคร งน เป นแบบฝ กท สามารถนาไปใช ก บน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 สาขางานการบ ญช ได เป นอย างด. จากผลในการว จ ยในคร งน ผลส มฤทธ ทางการเร ยนก อนเร ยนและหล งเร ยนในว ชาการ บ ญช ก บคอมพ วเตอร ของน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 สาขางานการ บ ญช ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ ม ความแตกต างอย างม น ยสาค ญทางสถ ต ท ระด บ 0.05 โดยม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งเร ยนส งกว าก อนเร ยน แสดงให เห นว า แบบฝ กการใช ส ตร คานวณในการทางบทดลอง เป นส อการเร ยนการสอนสาหร บใช ในการเร ยนการสอน ได ผลใน ระด บท น าพอใจ

11 3. ส าหร บต วน กเร ยนจากการส งเกตของผ ว จ ยพบว า น กเร ยนให ความสนใจก บการเร ยน การสอนโดยใช แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง เพราะน กเร ยนสามารถด ฝ กปฏ บ ต ได อย างถ กต องและม ความชานาญมากย งข น ซ งแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ได จ ดทาข นอย างเหมาะสมก บเร องการใช ส ตรคานวณก บงบทดลอง ส งเกตได จากผลคะแนนจาก การทาแบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยนเปร ยบเท ยบก อนเร ยนและหล งเร ยน 3. ข อเสนอแนะในกำรว จ ย 1. การใช แบบฝ กควรให ผ เร ยนได เร ยนร ด วยตนเองผ สอนทาหน าท ในการให คาปร กษาเม อ ป ญหาเก ดในด านการใช โปรแกรมแกรม. ในการสร างแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ควรเน นเน อหาให เหมาะสม ก บการนาไปใช งาน 4. ข อเสนอแนะในกำรว จ ยคร งต อไป ควรเพ มแบบฝ กให ม ความหลากหลาย เพ อให ได งานว จ ยในช นเร ยนท ด และม ประส ทธ ภาพ

1 บรรณำน กรม ว ชร นทร นครส วรรณ. กำรบ ญช ก บคอมพ วเตอร. กร งเทพฯ:โรงพ มพ ว งอ กษร, พ มพ คร งท 6 55. ฝ ายตาราว ชาการคอมพ วเตอร. คอมพ วเตอร ก บงำนส ำน กงำน โปรแกรมตำรำงคำนวณ Excel 007. กร งเทพฯ: ซ เอ ดย เคช น,55

ภาคผนวก 13

14 ภาคผนวก ก แบบทดสอบก อนเร ยน-หล งเร ยน

15 ภาคผนวก ข เฉลยแบบทดสอบก อนเร ยน-หล งเร ยน

16 ภาคผนวก ค ผลการว เคราะห ข อม ล

17 ในการศ กษาค นคว าคร งน ผ รายงานได ทาการว เคราะห ข อม ลและได ใช สถ ต ในการว เคราะห ข อม ลด งน 1. ค ำคะแนนเฉล ย โดยใช ส ตรด งน คะแนนเฉล ย = N x เม อ x แทน ผลรวมของคะแนนท กต ว N แทน จานวนน กเร ยนท นามาว เคราะห ก อนเร ยน 34 = 3.4 10 หล งเร ยน. ส วนเบ ยงเบนมำตรฐำน ใช ส ตรด งน S.D. = 88 = 8.8 10 N X ( N( N 1) X ) เม อ S.D. แทน ส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน x แทน ผลรวมของคะแนนท กต ว x แทน ผลรวมของคะแนนแต ละต วยกกาล งสอง N แทน จานวนน กเร ยนท นามาว เคราะห ก อนเร ยน = 10 14 34 10 10 1 = 140 1156 90 = 84 90 = 0.96

18 หล งเร ยน = 10 780 88 10 10 1 = 7800 7744 90 = 56 90 = 0.79 3. ค ำ T-Test ใช ส ตรด งต อไปน t = n D D ( n 1 D) เม อ df = n-1 เม อ t แทน ค าสถ ต ท ใช เปร ยบเท ยบก บค าว กฤต เพ อทราบความม น ยสาค ญ D แทน ผลรวมของผลต างระหว างค คะแนน D แทน ผลรวมของผลต างระหว างค คะแนนแต ละค ยกกาล งสอง n แทน จานวนน กเร ยน 1. ต งสมมต ฐานทางสถ ต Ho : 1 Ha : 1. กาหนดระด บน ยสาค ญ. 05 3. กาหนดสถ ต ในการทดสอบ ใช แบบ t-test (Dependent Sample) 4. หาจ ดว กฤต (df) n-1 (10-1 = 9) เป ดตาราง = 1.833

19 คนท x x คะแนน คะแนน ก อนเร ยน ก อนเร ยน หล งเร ยน หล งเร ยน D D 1 4 8 64 6 36 3 9 8 64 5 5 3 4 16 10 100 6 36 4 3 9 8 64 5 5 5 4 16 9 81 5 5 6 5 5 10 100 5 5 7 4 16 9 81 5 5 8 3 9 9 81 6 36 9 4 8 64 6 36 10 4 16 9 81 5 5 1 x 34 x 14 x 88 x = 780 t = = = = = n D 66 D ( n 1 450 4356 9 66 18. 54 1.63 t = 33.18 D) D 94 D 54 ด งน น t จากการคานวณ(33.18) มากกว าค า t ตาราง(1.833) แสดงว าหล งเร ยนและก อน เร ยนด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ม ความแตกต างก นอย างม น ยสาค ญทางสถ ต ท ระด บ.05 ค อผ เร ยนม ความร ส งข นจากเด ม

0 ว จ ยในช นเร ยน เร อง กำรพ ฒนำแบบฝ ก กำรใช ส ตรคำนวณ ในกำรทำงบทดลอง จ ดทำโดย นำงสำววำสนำ จ นแก ว ว ทยำล ยเทคโนโลย พณ ชยกำรส ตห บ ภำคเร ยนท 1 ป กำรศ กษำ 555

1 สำรบ ญ หน า คานา... บทท 1 บทนา... 1 ความเป นมาและความสาค ญของป ญหา... 1 เป าประสงค ว ตถ ประสงค ของการว จ ย... ประโยชน ของการว จ ย... สมมต ฐานในการว จ ย... ขอบเขตการว จ ย... ผลท คาดว าจะได ร บ... 3 น ยามศ พท เฉพาะ... 3 3 ว ธ การดาเน นการว จ ย... 5 ประชาการและกล มต วอย าง... 5 แบบแผนการว จ ย... 5 เคร องม อท ใช ในการว จ ย... 6 ว ธ ดาเน นการว จ ย... 6 การเก บรวบรวมข อม ล... 6 ถ ต ท ใช ในการว เคราะห ข อม ล... 6 4 ผลการว เคราะห ข อม ล... 8 5 สร ป อภ ปรายผล และข อเสนอแนะ... 10 บรรณาน กรม ภาคผนวก ภาคผนวก ก แบบทดสอบก อนเร ยน-หล งเร ยน ภาคผนวก ข ผลการว เคราะห ข อม ล ภาคผนวก ค ต วอย างส อประสม