1 บทท 1 บทน ำ 1. ควำมเป นมำและควำมส ำค ญของป ญหำ ตามท ได ร บมอบหมายให สอน ให สอนว ชา การบ ญช ก บคอมพ วเตอร รห สว ชา 01-110 จานวน 3 หน วยก ต ตามหล กส ตรประกาศน ยบ ตรว ชา พ ทธศ กราช 545 (ปร บปร ง พ.ศ. 546) ประเภทว ชาพาณ ชกรรม สาขาว ชาพณ ชยการ ระด บปวช.3/1 ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ จ ดอย ในหมวดว ชาช พ สาขางานการบ ญช โดยใช โปรแกรม Microsoft Excel 007 ในการเร ยนการ สอนน น ค อน กเร ยนทางานตามใบงาน การใช ส ตรคานวณในการทางบทดลองไม ท น ป ญหาท เก ดข น ค อ น กเร ยนบางส วนในช วงแรกข นเร ยนช า และม พ นฐานในการใช โปรแกรม Microsoft Excel 007 ค อนข างน อย ทาให น กเร ยนไม สามารถปฏ บ ต งานตามใบงานได ท น ด วยเหต ผลด งกล าว ผ ว จ ยจ งเห นว าการแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง มา ใช ในการเร ยนการสอน ว ชา การบ ญช ก บคอมพ วเตอร เพ อฝ กให น กเร ยน สามารถใช ส ตรคานวน ในการทางบทดลองได ช วยป พ นฐานความชานาญด านการใช โปรแกรม Microsoft Excel 007 เพ อประย กต ใช ในด านบ ญช คอมพ วเตอร ต อไป ช วยแก ป ญหาการเร ยนไม ท นเพ อน และย งสามารถ แก ไขปร บปร งกระบวนการเร ยนการสอนให เก ดประส ทธ ภาพ และนาผลส มฤทธ ท ได จากการสอน โดยใช แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ไปเปร ยบเท ยบก บผลส มฤทธ ทางการเร ยน ในร ปแบบอ นๆ ให ม ประส ทธ ภาพต อไป
บทท เป ำประสงค ในการทาว จ ย เร อง การพ ฒนาท กษะด านการบ ญช ด วยแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการ ทางบทดลอง ม เป าประสงค ด งน.1 ว ตถ ประสงค ของกำรว จ ย เพ อศ กษาผลส มฤทธ ทางการเร ยน ว ชาการบ ญช ก บคอมพ วเตอร เร องเวลา โดยใช แบบฝ ก การใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ของน กเร ยนระด บช นประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ.. ประโยชน ท ได ร บจำกกำรว จ ย 3.1 แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ3 3. เป นแนวทางสาหร บผ สอนในการเล อกว ธ การสอนและส อการเร ยนการสอนให เหมาะสมก บการเร ยนการสอนในป จจ บ น 3.3 ผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งเร ยน การบ ญช ก บคอมพ วเตอร เร องการใช ส ตรคานวณใน การทางบทดลอง ของน กเร ยนส งข น.3 สมมต ฐำนของกำรว จ ย น กเร ยนระด บช นประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 ท เร ยนว ชาการบ ญช ก บ คอมพ วเตอร เร อง การใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง โดยใช แบบฝ ก ม ผลส มฤทธ ทางการ เร ยนหล งเร ยนส งกว าผลส มฤทธ ทางการเร ยนก อนเร ยน.4 ขอบเขตกำรว จ ย.4.1 ประชำกร น กเร ยนระด บช นประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ประเภทว ชาพาณ ชยกรรม สาขาว ชา พณ ชยการ สาขางานการบ ญช ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 555 ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ต ห บ
3.4. กล มต วอย ำง น กเร ยนระด บช นประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ประเภทว ชาพาณ ชยกรรม สาขาว ชา พณ ชยการ สาขางานการบ ญช ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 555 ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ต ห บ จานวน 10 คน โดยใช ว ธ เล อกจากผลการเร ยนท ต า.4.3 กรอบแนวค ด แบบฝ ก การใช ส ตรคานวณในการ ทางบทดลอง ผลส มฤทธ ทางการเร ยน.4.4 ต วแปรท ศ กษำ ต วแปรต น ค อ แบบฝ ก เร อง การใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ต วแปรตำม ค อ ผลส มฤทธ ทางการเร ยน เร องเวลา.4.5 ขอบเขตด ำนเน อหำ เร องการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง.4.6 ระยะเวลำท ใช ในกำรว จ ย ระยะเวลาในการดาเน นการทดลองการทาว จ ย เร องการศ กษาผลส มฤทธ ทางการเร ยน ว ชาการบ ญช ก บคอมพ วเตอร เร องการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง สาหร บน กเร ยนระด บ ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ โดยใช แบบฝ ก การ ใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ต งแต ว นท 9 กรกฎาคม 555 จนถ งว นท 13 กรกฎาคม 555.5. ผลท คำดว ำจะได ร บ น กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 จานวน 10 คน ม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งเร ยนส งข น และสอบผ านเกณฑ ตลอดจนม ความร ความเข าใจ ม ท กษะในการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง.6 น ยำมศ พท เฉพำะ แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง หมายถ ง ส อการเร ยนการสอนว ชาการ บ ญช ก บคอมพ วเตอร โดยใช โปรแกรม Microsoft Excel 007
4 น กเร ยน หมายถ ง น กศ กษาระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 สาขางานการ บ ญช ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 555 ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ ผลส มฤทธ ทำงกำรเร ยน หมายถ ง คะแนนท ได จากแบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยน หล งจากเร ยนร ด วยแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยนท ผ ว จ ยสร างข น
5 บทท 3 ว ธ กำรดำเน นกำรว จ ย การว จ ยในคร งน เป นการว จ ยช นเร ยนเช งปฏ บ ต การ เพ อเปร ยบเท ยบผลส มฤทธ ทางการ เร ยนของน กเร ยนในระด บช นประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นป ท 3 สาขางานการบ ญช หล งเร ยนด วย แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ อาเภอส ต ห บ จ งหว ดชลบ ร ม ว ธ ดาเน นการด งน 1. ประชำกรกล มต วอย ำง ประชำกรท ใช ในการว จ ยคร งน เป นน กเร ยนระด บ ประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 สาขา งานการบ ญช ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 555 ของว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ จ งหว ด ชลบ ร ส งก ดสาน กบร หารงานคณะกรรมการส งเสร มการศ กษาเอกชน สาน กปล ดกระทรวง ศ กษาธ การ กล มต วอย ำงท ใช ในการว จ ยคร งน เป นน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นป ท 3 ห อง 1 ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 555 ของว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ ส งก ดสาน ก บร หารงานคณะกรรมการส งเสร มการศ กษาเอกชน จ งหว ดชลบ ร จานวน 10 คน โดยใช ว ธ เล อกจาก น กเร ยนท ม ผลการทดสอบก อนเร ยนต า (หร อโดยใช ว ธ เล อกส มอย างง าย). แบบแผนในกำรว จ ย แบบแผนการทดลองในการว จ ยคร งน ค อ การทดลองแบบ One-Group Pretest-Posttest Design T 1 X T เม อ T1 ค อ การทดสอบก อนเร ยน X ค อ การฝ กปฏ บ ต ด วยแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบ ทดลอง T ค อ การทดสอบหล งเร ยน
6 3. เคร องม อท ใช ในกำรว จ ย 1. แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง. ผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งฝ กปฏ บ ต ด วยแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบ ทดลอง จานวน 10 คะแนน 4. ว ธ ดำเน นกำรว จ ย 1. ให น กเร ยนทาแบบทดสอบก อนเร ยน เก บบ นท กรวบรวมคะแนนเพ อค ดคานวณค าทาง สถ ต. เล อกน กเร ยนท ม ผลคะแนนต า มาฝ กปฏ บ ต โดยใช แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทา งบทดลอง 3. ว ดความก าวหน าของน กเร ยน และเก บบ นท กรวบรวมคะแนนเพ อค ดคานวณค าทางสถ ต 4. สร ปผลและเปร ยบเท ยบความก าวหน าในการพ ฒนาความสามารถในการเร ยน ว ชาการ บ ญช ก บคอมพ วเตอร ก อนเร ยนและหล งเร ยน 5. ว ธ กำรเก บรวบรวมข อม ล ผ ว จ ยเก บรวบรวมข อม ลโดยการตรวจให คะแนน แบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยน ก อนเร ยน และแบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งเร ยนของกล มทดลอง โดยม เกณฑ การ ให คะแนนด งน ให 1 คะแนนสาหร บการปฏ บ ต ตามใบงานได ถ กต องตามเกณฑ ท งหมด 10 คะแนน แล วนาผลต างของคะแนนก อนเร ยนก บคะแนนหล งเร ยนท ได มาว เคราะห ข อม ลตามว ธ การทางสถ ต ต อไป 6. สถ ต ท ใช ในกำรว เครำะห ข อม ล ในการศ กษาค นคว าคร งน ผ รายงานได ทาการว เคราะห ข อม ลและได ใช สถ ต ในการว เคราะห ข อม ลด งน 1. ค าคะแนนเฉล ย โดยใช ส ตรด งน คะแนนเฉล ย = N x เม อ x แทน ผลรวมของคะแนนท กต ว N แทน จานวนน กเร ยนท นามาว เคราะห
7. ส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน ใช ส ตรด งน S.D. = N X ( N( N 1) X ) เม อ S.D. แทน ส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน x แทน ผลรวมของคะแนนท กต ว x แทน ผลรวมของคะแนนแต ละต วยกกาล งสอง N แทน จานวนน กเร ยนท นามาว เคราะห 3. ว เคราะห ความก าวหน าในการเร ยนร ของผ เร ยน เพ อศ กษาความแตกต างของคะแนนท ได จากการทาแบบทดสอบก อนเร ยนและหล งเร ยน t = n D D ( n 1 D) เม อ df = n-1 เม อ t แทน ค าสถ ต ท ใช เปร ยบเท ยบก บค าว กฤต เพ อทราบความม น ยสาค ญ D แทน ผลรวมของผลต างระหว างค คะแนน D แทน ผลรวมของผลต างระหว างค คะแนนแต ละค ยกกาล งสอง n แทน จานวนน กเร ยน
8 บทท 4 ผลกำรว เครำะห ข อม ล การว เคราะห ข อม ลในการว จ ยคร งน ผ ว จ ยได นาคะแนนจากการทดสอบท ได จาก แบบทดสอบก อนเร ยนและหล งเร ยนจากแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ว ชาการ บ ญช ก บคอมพ วเตอร ของน กเร ยนระด บช นประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 สาขางาน การบ ญช ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 555 ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ จานวน 10 คะแนน ได ผลการว เคราะห ด งน ตำรำงท 1 แสดงการพ ฒนาการผลส มฤทธ ทางการเร ยน คนท คะแนนก อนเร ยน คะแนนหล งเร ยน 1 8 3 8 3 4 10 4 3 8 5 4 9 6 5 10 7 4 9 8 3 9 9 8 10 4 9 ตำรำงท การเปร ยบเท ยบความแตกต างของผลส มฤทธ ทางการเร ยนก อนเร ยนและหล งเร ยน ว ชาการบ ญช ก บคอมพ วเตอร เร องการทางบทดลอง กำรทดสอบ จ ำนวนคน คะแนนเต ม X S.D. ก อนเร ยน 10 10 3.4 0.96 หล งเร ยน 10 10 8.8 0.79
9 จากตารางท 1 และ พบว า ผลส มฤทธ ทางการเร ยนของน กเร ยนระด บช น ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นป ท 3 ห อง 4 ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 555 ก อนเร ยนม คะแนน เฉล ยเท าก บ 3.4 ส วนเบ ยงเบนมาตรฐานเท าก บ 0.96 ส วนหล งเร ยนม คะแนนเฉล ยเท าก บ 8.8 และค าส วนเบ ยงเบนมาตรฐานเท าก บ 0.79 แสดงว าผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งเร ยนของน กเร ยน ส งกว าก อนเร ยนโดยใช แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง และเม อทดสอบสมมต ฐาน การว จ ยพบว าค า t ท ได จากการคานวณมากกว าค า t ว กฤต (33.18 > 1.833 ) หมายความว า ผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งเร ยนด วยแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ส งกว าก อน เร ยนอย างม น ยสาค ญทางสถ ต ท 0.05
10 บทท 5 สร ป อภ ปรำยผลและข อเสนอแนะ การว จ ย โดยใช แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ม ข อสร ปและข อเสนอแนะ ท ได จากการว จ ย ด งต อไปน 1. สร ปผล ผลการว จ ยพบว า คะแนนจากการทดสอบ ด วยแบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยน ว ชาการบ ญช ก บคอมพ วเตอร ก อนเร ยนและหล งเร ยนด วยแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบ ทดลอง ของกล มต วอย าง แตกต างก นอย างม น ยสาค ญทางสถ ต ท ระด บ 0.05 สร ปได ว า การเร ยน ว ชา การบ ญช ก บคอมพ วเตอร ด วยแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ของกล มต วอย าง ม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งเร ยนส งข น. อภ ปรำยผล 1. แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ของน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตร ว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 สาขางานการบ ญช ได พ ฒนามาจากโปรแกรม Microsoft Excl ซ งเป น โปรแกรมท ช วยในคานวณด านการบ ญช เพ อให น กเร ยนฝ กปฏ บ ต ทบทวนให เก ดความชานาญมาก ข น เม อน กเร ยนสามารถปฏ บ ต ตามแบบฝ กได ด ข นทาให เก ดเจตคต ท ด ต อว ชาการบ ญช ก บ คอมพ วเตอร มากข น ช วยกระต นให น กเร ยนเก ดการเร ยนร และสามารถประย กต ใช ทางการเร ยนได ด ย งข นในบทเร ยนลาด บถ ดไป จ งอาจกล าวได ว า แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ท ใช ในการว จ ยคร งน เป นแบบฝ กท สามารถนาไปใช ก บน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 สาขางานการบ ญช ได เป นอย างด. จากผลในการว จ ยในคร งน ผลส มฤทธ ทางการเร ยนก อนเร ยนและหล งเร ยนในว ชาการ บ ญช ก บคอมพ วเตอร ของน กเร ยนระด บประกาศน ยบ ตรว ชาช พ ช นป ท 3 ห อง 1 สาขางานการ บ ญช ว ทยาล ยเทคโนโลย พณ ชยการส ตห บ ม ความแตกต างอย างม น ยสาค ญทางสถ ต ท ระด บ 0.05 โดยม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนหล งเร ยนส งกว าก อนเร ยน แสดงให เห นว า แบบฝ กการใช ส ตร คานวณในการทางบทดลอง เป นส อการเร ยนการสอนสาหร บใช ในการเร ยนการสอน ได ผลใน ระด บท น าพอใจ
11 3. ส าหร บต วน กเร ยนจากการส งเกตของผ ว จ ยพบว า น กเร ยนให ความสนใจก บการเร ยน การสอนโดยใช แบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง เพราะน กเร ยนสามารถด ฝ กปฏ บ ต ได อย างถ กต องและม ความชานาญมากย งข น ซ งแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ได จ ดทาข นอย างเหมาะสมก บเร องการใช ส ตรคานวณก บงบทดลอง ส งเกตได จากผลคะแนนจาก การทาแบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยนเปร ยบเท ยบก อนเร ยนและหล งเร ยน 3. ข อเสนอแนะในกำรว จ ย 1. การใช แบบฝ กควรให ผ เร ยนได เร ยนร ด วยตนเองผ สอนทาหน าท ในการให คาปร กษาเม อ ป ญหาเก ดในด านการใช โปรแกรมแกรม. ในการสร างแบบฝ กการใช ส ตรคานวณในการทางบทดลอง ควรเน นเน อหาให เหมาะสม ก บการนาไปใช งาน 4. ข อเสนอแนะในกำรว จ ยคร งต อไป ควรเพ มแบบฝ กให ม ความหลากหลาย เพ อให ได งานว จ ยในช นเร ยนท ด และม ประส ทธ ภาพ
1 บรรณำน กรม ว ชร นทร นครส วรรณ. กำรบ ญช ก บคอมพ วเตอร. กร งเทพฯ:โรงพ มพ ว งอ กษร, พ มพ คร งท 6 55. ฝ ายตาราว ชาการคอมพ วเตอร. คอมพ วเตอร ก บงำนส ำน กงำน โปรแกรมตำรำงคำนวณ Excel 007. กร งเทพฯ: ซ เอ ดย เคช น,55
ภาคผนวก 13
14 ภาคผนวก ก แบบทดสอบก อนเร ยน-หล งเร ยน
15 ภาคผนวก ข เฉลยแบบทดสอบก อนเร ยน-หล งเร ยน
16 ภาคผนวก ค ผลการว เคราะห ข อม ล
17 ในการศ กษาค นคว าคร งน ผ รายงานได ทาการว เคราะห ข อม ลและได ใช สถ ต ในการว เคราะห ข อม ลด งน 1. ค ำคะแนนเฉล ย โดยใช ส ตรด งน คะแนนเฉล ย = N x เม อ x แทน ผลรวมของคะแนนท กต ว N แทน จานวนน กเร ยนท นามาว เคราะห ก อนเร ยน 34 = 3.4 10 หล งเร ยน. ส วนเบ ยงเบนมำตรฐำน ใช ส ตรด งน S.D. = 88 = 8.8 10 N X ( N( N 1) X ) เม อ S.D. แทน ส วนเบ ยงเบนมาตรฐาน x แทน ผลรวมของคะแนนท กต ว x แทน ผลรวมของคะแนนแต ละต วยกกาล งสอง N แทน จานวนน กเร ยนท นามาว เคราะห ก อนเร ยน = 10 14 34 10 10 1 = 140 1156 90 = 84 90 = 0.96
18 หล งเร ยน = 10 780 88 10 10 1 = 7800 7744 90 = 56 90 = 0.79 3. ค ำ T-Test ใช ส ตรด งต อไปน t = n D D ( n 1 D) เม อ df = n-1 เม อ t แทน ค าสถ ต ท ใช เปร ยบเท ยบก บค าว กฤต เพ อทราบความม น ยสาค ญ D แทน ผลรวมของผลต างระหว างค คะแนน D แทน ผลรวมของผลต างระหว างค คะแนนแต ละค ยกกาล งสอง n แทน จานวนน กเร ยน 1. ต งสมมต ฐานทางสถ ต Ho : 1 Ha : 1. กาหนดระด บน ยสาค ญ. 05 3. กาหนดสถ ต ในการทดสอบ ใช แบบ t-test (Dependent Sample) 4. หาจ ดว กฤต (df) n-1 (10-1 = 9) เป ดตาราง = 1.833
19 คนท x x คะแนน คะแนน ก อนเร ยน ก อนเร ยน หล งเร ยน หล งเร ยน D D 1 4 8 64 6 36 3 9 8 64 5 5 3 4 16 10 100 6 36 4 3 9 8 64 5 5 5 4 16 9 81 5 5 6 5 5 10 100 5 5 7 4 16 9 81 5 5 8 3 9 9 81 6 36 9 4 8 64 6 36 10 4 16 9 81 5 5 1 x 34 x 14 x 88 x = 780 t = = = = = n D 66 D ( n 1 450 4356 9 66 18. 54 1.63 t = 33.18 D) D 94 D 54 ด งน น t จากการคานวณ(33.18) มากกว าค า t ตาราง(1.833) แสดงว าหล งเร ยนและก อน เร ยนด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ม ความแตกต างก นอย างม น ยสาค ญทางสถ ต ท ระด บ.05 ค อผ เร ยนม ความร ส งข นจากเด ม
0 ว จ ยในช นเร ยน เร อง กำรพ ฒนำแบบฝ ก กำรใช ส ตรคำนวณ ในกำรทำงบทดลอง จ ดทำโดย นำงสำววำสนำ จ นแก ว ว ทยำล ยเทคโนโลย พณ ชยกำรส ตห บ ภำคเร ยนท 1 ป กำรศ กษำ 555
1 สำรบ ญ หน า คานา... บทท 1 บทนา... 1 ความเป นมาและความสาค ญของป ญหา... 1 เป าประสงค ว ตถ ประสงค ของการว จ ย... ประโยชน ของการว จ ย... สมมต ฐานในการว จ ย... ขอบเขตการว จ ย... ผลท คาดว าจะได ร บ... 3 น ยามศ พท เฉพาะ... 3 3 ว ธ การดาเน นการว จ ย... 5 ประชาการและกล มต วอย าง... 5 แบบแผนการว จ ย... 5 เคร องม อท ใช ในการว จ ย... 6 ว ธ ดาเน นการว จ ย... 6 การเก บรวบรวมข อม ล... 6 ถ ต ท ใช ในการว เคราะห ข อม ล... 6 4 ผลการว เคราะห ข อม ล... 8 5 สร ป อภ ปรายผล และข อเสนอแนะ... 10 บรรณาน กรม ภาคผนวก ภาคผนวก ก แบบทดสอบก อนเร ยน-หล งเร ยน ภาคผนวก ข ผลการว เคราะห ข อม ล ภาคผนวก ค ต วอย างส อประสม